More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  China Fan ClubPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

China Fan Club

CFC - China Fan Club
February 01

เฉิงตู วันสุดท้าย

Chengdu - Day 4
31 ธันวาคม
 
ไม่พูดถึงเมื่อวานละ ขี้เกียจพิมพ์ มาเริ่มกันกับวันสุดท้ายเลยดีกว่า จะว่าไปปีนี้ผ่านไปเร็วมากแปร๊ปเดียววันที่ 31 ละ มานั่งคิดๆดูปีนี้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับตัวเองมั่งนับตั้งแต่ต้นปีเป็น
ต้นมา ก็มีเปลี่ยนงานได้ upgrade เงินเดือนมา 2 เท่ากว่าๆ ตามด้วยแต่งบ้าน แต่งงาน แล้วก็มาสมัครเรียน MBA ที่จุฬา เปิดโรงเรียน Triple E Academy อะไรอีกหละ ที่เด็ดๆก็มีแค่นี้ เป็นอันว่าปี 2007 เป็นปีที่ใช้ได้พอสมควร ปี 2008 ต้องให้ได้ดีกว่านี้นะคร๊าบบ
 
TripleE_2_white copy  postcard_sg_v3  IMG_1461
 
มาเรื่องเที่ยวกันต่อดีกว่า เมื่อคืนเฮียตงนัดเอาไว้ว่าตอนเช้าเจอกัน 7-8-9 แต่เพราะว่าเมื่อคืนกลับดึก ทั้งพี่หน่อยทั้งผม pack กระเป๋ากันไม่ทันเลยเลื่อนเป็น 8-9-10 ค่อยยังชั่วหน่อย
ตารางวันนี้ที่แรกที่แวะไปก็แถวๆโชว์หน้ากาก ด้านข้างจะมีศาลที่คนไทยเรียกว่าศาลขงเบ้ง แต่จริงๆแล้วมีชื่อว่า Wuhou Shrine ที่เฮียตงแปลตรงๆตัวว่า ศาลบู๊และบุ๋น ครับ แต่เพื่อให้เรียก
ง่ายเข้าไว้คนไทยเลยตั้งชื่อกันเอาเองว่าศาลขงเบ้ง เพราะเมื่อเข้าไปแล้วจะเจอรูปปั้นขงเบ้งก่อน ศาลขงเบ้งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 233 มีเนื้อที่ประมาณ 140,000 ตารางเมตร (โอว กว้างจัง) ในศาลแห่งนี้มีตั้งแต่ หลุมฝังศพของเล่าปี่ ศาลขงเบ้ง และรูปปั้นกวนอู เตียวหุย จากสามก๊ก โดยตัวพิพิทธภัณฑ์นั้นสร้างมาเมื่อปี 1984 เพื่อเก็บรักษาวัตถุโบราณต่างๆ ซึ่งโดยรวมแล้วศาลแห่งนี้เปิดทำการมาแล้วประมาณ 1780 ปี ครับพี่น้อง
 
 Wuhou Shrine
 
IMG_3780  IMG_3783  IMG_3806  IMG_3812  IMG_3820
 
IMG_3839  IMG_3842  IMG_3843
 
IMG_3841  IMG_3826  IMG_3847  IMG_3849  IMG_3863  IMG_3872
 
IMG_3880IMG_3933IMG_3935IMG_3952IMG_3955IMG_3832
 
เดินเล่นถ่ายรูปกันด้านในกันร่วมชั่วโมง สนุกดี ทั้งยืน post ทั้งกระโดด เล่นเอาพี่หน่อยหอบซะ ภายในศาลนี้ใหญ่จริงๆครับ เดินกันขาลากเลยทีเดียว แต่ชอบที่บรรยากาศภายในเงียบสงบ
บวกกับอ่านหนังสือสามก๊กมาบ้างแล้ว ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ จำได้ว่าทริปที่แล้วที่ไปไคฟงได้ไปศาลเจ้ากวนอูด้วย ซึ่งที่นั่นเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังศีรษะของท่านไว้ (กวนอูถูกลอบสังหารแล้วตัดหัว
ไป ทำให้ส่วนตัวกับหัวถูกฝังกันคนละที่ครับ สงครามก็อย่างนี้หละ ไม่มี happy ending) หลังจากถ่ายรูปเป็นอันสะใจแล้วก็ไปหาอะไรกินกัน ตอนแรกจะไปกินอาหารสมุนไพรตามที่พี่หน่อยแนะนำ แต่พอไปถึงร้านดันมีงานแต่งงานเลยอดซะ ก็เลยตัดสินใจขับรถไปกินที่อื่น ได้ร้านอาหารพื้นเมืองครับ คนอื่นว่าเผ็ด ผมว่าอร่อย (กินง่ายจริงๆแฮะ) แล้วก็แวะซื้อขนมปังร้าน Andersen ซึ่งร้านนี้มีสาขาทั่วจีนครับ หลังจากนั้นก็มีเวลา shopping อีกบานเลย เพราะว่าเครื่องออกตอนเที่ยงคืน กะว่าต้องไปถึงสนามบินประมาณ 4 ทุ่ม แลยมีเวลา 2-3 ชั่วโมงในการเดิน แต่ว่าเนื่องจากเป็นวันหยุดคนเลยเพียบเลย ต่างกับคืนก่อนๆที่มาคนไม่ค่อยเยอะ เลยเดินลำบากหน่อย ซื้อของก็ลำบาก แต่สุดท้ายก็ได้ผ้าพันคอมาฝากน้องๆกันจนครบ ได้ผ่านร้านConverse ร้านนั้นด้วย เลยถ่ายรูปเสื้อมาแก้เซ็ง พี่หน่อยพาเดินไปร้าน Swensen ครับ ร้านนี้อยู่ในตึกสวยดี ใกล้กับโรงแรม Prime Hotel (แวะไปเข้าห้องน้ำที่โรงแรมก่อนไปกินไอติม)เข้าไปสั่ง ไอติม+Brownie มา Brownie ที่นี่ไม่รู้มันจะใหญ่ไปไหน ก้อนเบ้อเร่อ ถ้าบ้านเราเอามาขายคงตัดได้ 6 ชิ้นครับ ส่วนผมก็ขำๆกินกาแฟครับ นัดเฮียตงไว้หน้า Haagen Dazs ตอน 4 โมง แต่กว่าจะเดินไปถึงก็ 4 โมงครึ่งกว่าๆ เฮียแกยืนรอตัวสั่น (หนาว) ก่อนที่จะไปยืนรอรถตู้มารับ แต่ระหว่างรอแอนกับพี่หน่อยก็แวะเข้าไปร้าน Gift shop (ผมเรียกร้านลิงดูดนิ้ว) หายกันไปร่วมชั่วโมง แล้วก็ได้ตุ๊กตามาคนละตัว น่ารักดีแอนตั้งชื่อว่า Hidy เพราะมันแอบอยู่หลังตัวอื่นเกือบไม่เห็น เป็นตุ๊กตาไดโนเสาร์สีครีมอ่อนๆ (แอนบอกว่าเป็นยีราฟ) พี่หน่อยบอกว่าเจ้าของร้านนี่ก็ใจดีจริงๆ ราคาที่ลดอยู่แล้วพอซื้อก็ยังลดให้อีก ระหว่างรอผมก็ได้โอกาสเขียนการ์ดปีใหม่เตรียมไว้ให้แอนตอนเที่ยงคืน กับได้ถ่ายรูปอีกเพียบ ได้ถ่ายแดดสุดท้ายของปีที่เฉิงตู แล้วก็ได้เห็นพระอาทิตย์ตกวันสิ้นปีที่นี่นี่เอง
 
 อาหารกลางวัน
 
P1030823  P1030824  P1030826 
 
P1030825  P1030827
 
 
 
 บรรยากาศรอบๆเมือง
 
 
P1030828P1030829  IMG_3990  IMG_3991  IMG_3992 
 
 
 ถุนซีลู่ (อีกครั้ง)
 
IMG_4001  IMG_4014  IMG_4022  IMG_4041  IMG_4064
 
P1030843  P1030851
 
อ้อ! วันนี้มื้อเย็นสั่งลากินฟรีอีกแล้วครับ เพื่อนเฮียตงคนเดิมที่เลี้ยงเมื่อวันแรกเลี้ยงอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นซุปเห็นใส่สมุนไพรจีนครับ (คล้ายๆซุปไก่ดำเมื่อวันก่อน) อร่อยมากกกกครับ (อีก
แล้ว) กินซุปไปเกือบสิบถ้วย ที่ร้านนี้มีคำขวัญด้วย ถ้าแปลเป็นไทยก็จะแปลว่า 'ปั๊มน้ำมันของผู้ชาย ร้านเสริมสวยของผู้หญิง' ก็คือผู้หญิงที่กินแล้วหน้าจะแดงเรื่อๆเหมือนไปเสริมสวยมาเพราะว่าสมุนไพรเค้าดีทำให้เลือดสูบฉีดดีครับ ส่วนของผู้ชายไปคิดกันเอาเอง แต่สรุปแล้วเป็นมื้อที่เด็ดสุดในทริปนี้ ให้ 10 เต็ม ผมก็กินเนื้อไป 2 จาน เบาะๆ (ถ้าเทียบกับที่ไปกินที่ Central World ที่กินไป 5 จานใหญ่) หลังจากมื้อค่ำก็ไปที่คาร์ฟู หาซื้อขนมมาฝากที่บ้านครับ
 
 มื้อสุดท้ายของปี 2007
 
P1040426  P1040427  P1040428  P1040429  P1040430 
 
P1040431  P1040432  P1040433 
 
P1040435  P1040437  P1040439  P1040442  P1040446
 
4 ทุ่มนิดๆก็ถึงสนามบิน pack กระเป๋ากันใหม่ก่อนจะไปยืนรอ check in กว่าพวก ตม.จะมาก็ต้องห้าทุ่มกว่าๆ ดีนะที่เฮียตงบอกให้ไปยืนรอแถวไว้ก่อน ไม่งั้นถ้ารอพวกกรุ๊ปทัวร์มาต้องไป
ต่อพวกนั้นอีกนาน พวกนี้ก็จริงๆเล้ยกลัวไม่ได้กลับประเทศกันรึไง (คนไทยทั้งนั้น) เบียดกันเองแย่งกันเองก็เอา กรูจะบ้าตาย พอ check in เสร็จแล้วก็มานั่งรอขึ้นเครื่องครับ ตามฟอร์มพอ
gate เปิดก็รีบแย่งกันจะขึ้นเครื่อง (จะบ้ารึไง) พวกผมขำๆรอก่อน แต่ผมก็เอะใจว่าจะมีที่วางกระเป๋าเรอะ ขากลับพวกนี้ขนของมาเพียบ ต้องเอาไปวางช่องอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองแน่ๆ และแล้วก็เป็นอย่างที่คิด ช่องเก็บของของพวกผมมีคนเอากระเป๋ามาวางเรียบร้อยแล้ว (เลวจริงๆ)
 
23:45 เครื่องก็ take off เห็นหน้าพวกแอร์ที่ทำหน้าเซ็งๆไม่ยิ้มแย้ม ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงงงว่าเป็นอะไรกัน แต่ตอนนี้เข้าใจครับ เพราะว่าเหนื่อยด้วยแถมต้องมาบินวันปีใหม่อีก ก็เลยไม่รบกวนไรมาก ขึ้นปุ๊ปแอนหลับปั๊ป ผมก็นั่งคุยกับพี่หน่อยไปเรื่อยจนเครื่องเกือบลง คราวนี้ได้ happy new year 2 หน ตามเวลาที่เฉิงตูครั้งนึง แล้วก็ของไทยครั้งนึง แปลกดี หลังจากที่เคยแปลกที่สุดคือเมื่อ 2-3 ปีก่อน happy new year บนรถเมล์ที่ฮ่องกง
 
ปิดท้ายด้วยรูปนี้ครับ Happy New Year 2008 ครับทุกท่าน
 

P1030852  P1030857

 
Mr.O

เฉิงตู วันที่สาม

Chengdu - Day3
วันที่ 30 ธันวาคม...
 
ความเดิมจากเมื่อวาน.......
ไหว้พระใหญ่ shoppingที่ถุนซีลู่ แล้วก็มื้อเย็น hiso ด้วยสุกี้ไก่ดำที่แสนจะอร่อยและดีต่อสุขภาพ
 
วันนี้เริ่มกันเร็วหน่อย 7-8-9 เพราะว่าต้องนั่งรถไปนอกเมือง สถานที่แรกคือเขื่อนตูเจี่ยงเยี้ยน (Dujiangyan) วันนี้ไม่กลัวหนาวครับเพราะว่ามีถุงมือแล้ว แต่ปรากฎว่ามันไม่ค่อยจะช่วยอะไรซักเท่าไหร่ อ้อ ลืมไปเลยนะเนี่ยผมได้เสื้อกันหนาวมาใหม่ 1 ตัวจากการ shopping ที่ถุนซีลู่เมื่อวานนี้ หนาเตอะเรียกว่าชุดหมีแพนด้า No.2 ได้เลย เพราะว่าชุดหมีแพนด้า No.1 ไม่ได้พกไปคราวนี้ ได้เจ้าตัวนี้เข้าช่วยก็เลยอุ่นสบายกายสบายใจ แต่มือยังเย็นอยู่ ไอ้การใส่ถุงมือเนี่ยทำให้การถ่ายรูปลำบากขึ้นไปอีกนิด ก็เลยเอาออกซะ (รำคาญ) ระหว่างทางเดินไปเขื่อนก็จะมีภาพวาดประกอบว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันการพัฒนาของเขื่อนแห่งนี้เป็นอย่างไร บวกกับคำอธิบายของเฮียตงก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคนจีนสมัยก่อนนี่เก่งจริงๆ สร้างได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นฉางเฉิง(กำแพงเมืองจีน) วังต้องห้าม เขื่อนตูเจี่ยงเยี้ยน แล้วก็อีกสารพัด ยกเว้นห้องส้วม อันนี้ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันทำให้มันดีๆหน่อยไม่น่าจะยาก แต่จะว่าไปห้องน้ำในตัวเมืองเฉิงตูเนี่ยสะอาดใช้ได้เลยครับ อย่างเช่นตอนที่ไปดูหมีแพนด้า ห้องน้ำสะอาดมากจนน่าตกใจ ในร้านอาหารก็สะอาดในเกณฑ์ดีทีเดียว แต่ตามระหว่างทางนอกเมืองเนี่ยก็คงเหมือนทั่วๆไปที่พบเห็นกันจนชินตาชินจมูก
 
 เขื่อนตูเจี่ยงเยี้ยน
 
IMG_3234  IMG_3244  IMG_3358  IMG_3404  IMG_3429
 
  IMG_3433  IMG_3472
 
กลับมาเรื่องเขื่อนดีกว่า เลยไปซะไกล.... สะพานข้ามเขื่อนที่นี่จะเป็นสะพานเชือกครับ โยกไปโยกมาได้ถ้าเดินไม่ดี บางคนก็พยายามช่วยโยกสะพานให้แกว่ง ไม่รู้จะโยกทำไมเพราะพอมันโยกเสร็จมันก็เดินต่อ ไอ้คนที่ตามมาก็ส่ายไปส่ายมาเสียวจะตาย ลมก็แรงหนาวก็หนาว สะพานยังโยกอีก โอยได้ใจครับคราวนี้ พอข้ามสะพานเสร็จก็มีสถานที่ให้ถ่ายรูปมากมาย ที่เมืองจีนนี่ถ่ายมุมไหนก็สวย เป็นธรรมชาติไปหมด... พอเดินกันเสร็จแล้วก็ไปทานอาหารกลางวันกัน ตอนนี้ได้เจอแดดเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน คนจีนก็ออกมาตากแดดกันเป็นจำนวนมาก เค้าว่ากันว่าถ้ามาเฉิงตูเนี่ยแล้วได้เห็นของ 3 อย่างจะโชคดี ก็มี แสงแดด ผู้หญิงท้อง แล้วก็หมา ก็เป็นอันว่าได้เห็นหมดเลย แต่เฮียตงบอกถ้าเห็น ผู้หญิงท้องขี่จักรยานอุ้มหมา ด้วยแล้วจะยิ่งโชคดีเข้าไปใหญ่ ผมว่าอันนี้คงยากอะคับพี่ ... อาหารกลางวันวันนี้ก็กินแถวๆนั้นเอง ไม่ได้ออกไปไกล เป็นร้านอาหารริมน้ำครับ แต่มื้อนี้ธรรมดาก็กินได้ (สำหรับผม)
 
 อาหารกลางวัน
 
IMG_3478  IMG_3482  IMG_3489  IMG_3498
 
IMG_3493  IMG_3501  IMG_3502
 
หลังอาหารกลางวันก็ออกเดินทางกันไปที่ภูเขาชิงเฉิง (Mount Qingcheng) ที่นี่ได้เป็นมรดกโลกด้วยครับ (The World Heritage) ที่นี่เขาบอกว่าเป็นแหล่งกำเนิดของลัทธิเต๋าครับ (The Birthplace of Taoism) รายละเอียดจากตั๋วเข้าชมเค้าเขียนไว้ว่า ...
 
"Welcome to Mt.Qingcheng, a scenic spot listed in Directory of World Cultural Heritage, national key landscape as well as "Taoism Holy Land". Mt. Qingcheng has a highest altitude of 2434 m and lowest 736 m, with average temperature 15.2 C....." จริงๆมีอีกครับเพราะขี้เกียจเขียน (เขียนยาวไปก็ขี้เกียจอ่าน) การเดินทางก็ต้องนั่งเรือข้ามไปไม่ไกลมากครับ แต่ที่ลำบากสังขารก็คือต้องเดินขึ้นเขากันเป็นระยะที่ไกลพอดูอยู่ เนื่องจากสูงและหนาวหายใจเลยไม่ค่อยทัน นี่ขนาดไปเข้า course cycling ที่ True fitness มาสามอาทิตย์ติดนะเนี่ย ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนคงแย่แน่ๆ พอขึ้นไปถึงด้านบนก็ต้องนั่งกระเช้าแบบห้อยขาไปส่วนบนสุดของภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดครับ ขาขึ้นไม่เท่าไหร่ขาลงเนี่ยสิเสียวมากกก แต่วิวข้างบนสวยครับหนาวๆเงียบๆ(ยกเว้นตอนพวกกรุ๊ปทัวร์จากจีนมาถึง) ดูขลังๆดี ตอนเดินไปถึงหน้าวัดต้องขึ้นบันไดที่ค่อนข้างสูงแล้ชัน กว่าจะไปถึงเล่นเอาเหงื่อออกเลย ก็เลยต้องถอดชุดหมีออก แต่พอถอดออกลมพัดวูบโดนเหงื่อก็กลายเป็นเย็นเจี๊ยบแทบจะใส่เสื้อกลับไม่ทัน คนอื่นคงมองแล้วคิดว่าไอ้บ้านี่ทำไรฟะเด๋วใส่เด๋วถอด แล้วตอนนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนเลนส์เป็น 75-300 ชอบครับถ่าย portrait เนี่ยออกมาได้อารมณ์ดีแท้ แม้นว่าจะเบลอๆไปบ้าง ถ่ายกันมันส์ครับคราวนี้ อยู่ข้างบนจนเกือบ 5 โมงเย็น เต็มอิ่มครับทริปนี้ ถ้ามากะทัวร์คงอดทำอะไรแบบนี้แน่นอน
 
 ภูเขาชิงเฉิง
 
IMG_3316  IMG_3325  IMG_3334  IMG_3557
 
IMG_3562  IMG_3575  IMG_3595IMG_3608
 
IMG_3611  IMG_3618  IMG_3621  IMG_3640  IMG_3657  IMG_3661
 
IMG_3667  IMG_3681  IMG_3684  IMG_3691  IMG_3701
 
IMG_3703  IMG_3707  IMG_3725
 
อาหารเย็นวันนี้ต้องพึ่งพาตัวเองครับ (ไม่มีใครเลี้ยง) ก็เลยไปที่ถงซีลู่ (อีกแล้ว) กินอาหารที่ Food Court ครับ อร่อยมากกกกกกกกกกกก จิงๆ เป็นอาหาร local แท้ๆ เน้นเผ็ดร้อนเป็นหลักตามสไตล์เสฉวน ผมสั่งบะหมี่น้ำ พอยกมาก็ต้องตะลึงเพราะว่าน้ำซุปเหมือนเอาน้ำพริกเผามาทำ สีแดงเข้มเลยทีเดียว แต่ว่าไม่เผ็ดปากมากครับ เน้นกินแล้วร้อนครับ นอกจากนี้ก็มีเกี๊ยวน้ำ แล้วก็เฮียสั่งเป็น set รวมคือมีอย่างละนิดอย่างละหน่อยมาให้ชิมกัน รวมๆแล้วชอบมื้อนี้อีกเช่นเคย (เป็นคนกินง่ายจริงๆ) พอกินเสร็จก็นะ shopping ครับ เดินกันจนห้าทุ่นร้านค้าปิดหมดค่อยกลับ แล้วก็คืนนี้เองที่เสียอารมณ์เพราะตัดใจซื้อเสื้อ jacket ที่ร้าน Converse เป็นเสื้อสไตล์ retro คือแบบตัวเสื้อกะส่วนแขนคนละสี เป็นอะไรที่ชอบมานาน ราคาก็ 400 กว่าหยวน เนื่องจากเงินสดเหลือน้อยเลยจะรูดบัตร แต่มันดันรับเฉพาะบัตรของจีน เลยไม่เอาก็ได้(วะ) เอาตังไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า วันนี้ได้ผ้าพันคอมาผืนนึงชอบครับ
 
 
Mr.O
 
 

เฉิงตู วันที่สอง

Chengdu - Day2
วันที่ 29 ธันวาคม...
ความเดิมจากเมื่อวาน.......
พอย่างกายถึงเมืองเฉิงตู ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มต้นการเดินทางด้วยติ่มซำ แล้วก็ไปดูหมีแพนด้าที่แสนจะน่ารัก ก่อนที่จะเข้าโรงแรมแล้วไปต่อที่เมืองโบราณ แล้วตบท้ายตอนค่ำด้วยอาหารขึ้น
เหลา แต่ก่อนจะได้กินก็ทำกล้องตกไปซักทีแก้เซ็ง ปิดท้ายรายการด้วยดูโชว์หน้ากาก (อันนี้ลืมบอกไปว่า รถที่ไปส่งไม่ใช่รถตู้ครับ เพราะเพื่อนเฮียเค้าเอารถ BMW series 5 ไปส่ง ไงหละ hiso) แล้วก็ Starbucks คนละแก้วก่อนจาก
 
มะ...มาเริ่มเช้าวันใหม่กัน วันนี้นัดกัน 8-9-10 เพราะว่าควรจะนอนกันให้เต็มที่นิดนึง เช้านี้อากาศเย็นน้อยกว่าเมื่อวานหรือว่าจะเริ่มชินกันแล้วก็ไม่รู้ ตามตารางวันนี้หลังอาหารเช้าที่โรงแรมก็จะเริ่มด้วยการเดินทางไปล่องเรือดูพระใหญ่เล่อซัน (เหมือนเคยเห็นในหนังเรื่อง ฟงอวิ๋น) การจะไปดูก็ต้องขึ้นเรือไปเพราะองค์พระอยู่บนเกาะครับ แกะสลักอยู่ที่ริมผา องค์มหึมามาก แต่รถหว่างการเดินทางเนื่องจากหิวข้าวกัน (อีกแล้ว) จึงแวะกินข้าวกันก่อนที่ร้านข้างทาง เป็นร้านอาหารแบบ local ครับ เฮียก็ทำหน้าที่สั่งอาหารอีกเช่นเคย คราวนี้มีต้มซุปปลา (คล้ายๆปลาดุกตัวเล็กๆ คงตกมาจากแม่น้ำด้านล่างนี้เองครับ) ผัดหมูสามชั้น(ของโปรด) ผัดผัก เต้าหู้ทรงเครื่อง อร่อยครับมื้อนี้ ราคาเลขสวย 333 หยวน
 
ถึงแล้วท่าเรือ ทางเข้าทำสวยดีครับชอบ ที่นี่มีแม่น้ำ 3 สายมารวมกันครับ 1 ต้าตู้เหอ 2 ชิงอีเจียง ..แล้วก็ แม่น้ำหมิ่นเจียง (ถ้าผิดโทษพี่หน่อย) จริงๆแล้วจะมี trip ที่ลงไปบนเกาะแล้วก็เดินตามบันไดขึ้นไป แต่เนื่องจากต้องใช้เวลานาน เลยเอาเป็นแค่ดูจากเรือเอาครับ เดี๋ยวนี้เค้าบังคับให้ใช่เสื้อชูชีพ(สีส้มแปร๊ดมาก) เพื่อความปลอดภัย พอดูองค์พระเสร็จแล้วเรือก็จะขับห่างจากเกาะออกมาไกลๆ เพื่อให้ดูภาพเกาะที่ดูละม้ายคล้ายพระนอน (ซึ่งพี่หน่อยก็บอกว่าเดี๋ยวจะมีไปดูพระนอนกัน แต่เอ๊ะทำไม่คราวนี้ไม่มีหละ เรือมาจอดที่ท่าได้ซักพักเจ๊เพิ่งนึกได้ว่า พระนอนก็คือเกาะที่เรียงกันดูคล้ายๆพระนอน ต้องอาศัยจินตนาการเล็กน้อย เกือบอดดู) ถ่ายรูปกันซักพักก็ออกเดินทางกลับสู่เมืองเฉิงตูเพื่อ...shopping ครับพี่น้อง
 
 
  พระใหญ่เล่อซัน
 

  IMG_3073   

   IMG_3162  IMG_3088 

IMG_3121  IMG_3061

ที่ถุนซีลู่ ละม้ายคล้ายสถานที่ shopping ใหญ่ๆที่ปักกิ่งและฮ่องกง ถ้าเทียบกับไทยก็สยามเซ็นเตอร์ครับ มีร้านค้ามากมายทั้ง International Brand กับ Local Brand แต่...ส่วนมากไม่รับบัตรเครดิตครับ เงินสดอย่างเดียว ถึงจะรับก็รับแต่บัตรเครดิตจีน เล่นเอาเซ็งเล็กน้อยในวันสุดท้าย (เด๋วค่อยเล่า) อากาศก็เย็นดีอีกเช่นเคย คราวนี้ออกตามหาซื้อถุงมือครับ เนื่องจากมือเย็นเฉียบทั้งวันต้องหาอะไรมาให้ความอบอุ่นซะหน่อย มีแวะกิน Haagen dazs กัน (หนาวๆอย่างนี้หละครับกินไอติม) แอนได้ผ้าพันคอมา 1 ผืนสวยเชียวครับ ดูดีมีตระกูลแต่แค่ 25 หยวน วันนี้เดินกันได้ตามสบายไม่ต้องห่วงเรื่องหาอะไรกินเพราะเพื่อนของเฮีย (อีกแล้ว) ชื่อว่าเฮียจั่นเจา (ของจริง) บอกว่าจะเลี้ยงข้าวเย็น ฮิ้วๆ กินฟรีอีกแล้วพี่น้อง
 
 
 ถุนซีลู่
 

IMG_3170  IMG_3173 

IMG_3178  IMG_3207

 
วันนี้กินอะไรหนะหรอ โฮ่ๆๆๆ hiso อีกแล้วครับ มื้อนี้กินที่ร้านชินซ่านใจ ครับ เป็นซุปไก่ดำ คือว่าคล้ายๆสุกี้บ้านเรา แต่ว่าน้ำซุปเนี่ยเค้าใส่ไก่ดำทั้งตัวลงไปแล้วเอามาเสริฟ ส่วนกับอย่างอื่นก็สั่งได้ครับ พวกผักต่างๆ เยื่อไผ่ เนื้อวัว เนื้อหมู เครื่องในไก่ สารพัด เอาเป็นว่าอิ่มและอร่อยมากๆครับมื้อนี้ ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าภาพเฮียจั่นเจาอีกครั้งครับ หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็เดินไปที่บริเวณที่ดูโชว์หน้ากากอีกครั้ง เพราะระหว่างทางเข้าก็มีร้านค้ามากมายขายของกินซะส่วนใหญ่ เจอไอติม TCBY ด้วยครับ ก็กินคนละถ้วยหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานาน พอดีมองเห็นหมากรุกจีนชุดนึงครับ ตัวหมากก็เป็นตัวทหารในเรื่องสามก๊กสวยดีชอบ แต่ไม่ซื้อครับขี้เกียจขน เดินกันซักพักใหญ่ก็ไปที่เดินไปร้านขายชา กัน คราวนี้ซื้อชาเจียวกู่หลาน หรือ ภาษาไทยเรียกว่า ชาปัญจขันธ์ (แปลกันเอาเองนะ)ที่พารากอนขาย 50 กรัม 75 บาท (กิโลละ 1,500 บาท แพงโคตร) กลับมาด้วย เป็นชาที่ลดคลอเลสเตอรัลได้ซะด้วย น่าสนใจ ก่อนที่จะกลับโรงแรมกันก็ราวๆเที่ยงคืน ... good night ครับ
 
 สุกี้ซุปไก่ดำ
 
P1030686  P1030691  P1030690  P1030693 
 
P1030687  P1030692
 
 Shopping เล็กน้อย
 
P1030695  P1030696  P1030697
 
P1030699  P1030704  P1030707
 
P1030708  P1030711  P1030712  P1030713
 
 
 ร้านชา
 
IMG_3217   IMG_3218
 
 Mr.O
 

เฉิงตู วันแรก

January 2, 2008 - 08:50 am
 
บรื๊ออออ....อากาศวันนี้เย็นจังเลย อ่านจาก Thermometer ในรถได้ที่ 23 C ว้าว!!! ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่ใต้ตึก 50 ปีที่จุฬา เนื่องจากวันนี้ไม่ได้ไปทำงานเพราะยังเป็นวันลาอยู่เลยมีเวลามานั่งเตรียมตัวอ่าน Stat ที่จะสอบวันอาทิตย์นี้แล้ว เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากเมืองเฉินตู (จีน) ก็เลยต้องใช้เวลาในการเขียน blog กับ upload รูปซะก่อนแล้วค่อยเริ่มอ่าน Stat เหะๆ
มาเริ่มกันที่วันแรกของการเดินทางดีกว่า...คืนวันที่ 27 ธันวาคม....
 
เนื่องจากเครื่องออกเวลาประหลาดคือตอนตีสามของวันที่ 28 เลยนัดกับพี่หน่อยกะเฮียตงที่สนามบินตอนเที่ยงคืนครึ่ง คราวนี้เตรียมกระเป๋าไป 3 ใบ load เข้าเครื่องใบใหญ่ 1 ใบสีส้มแป๊ดดดด ที่เพิ่งถอยมาสดๆร้อนๆ กับใบเล็กอีก 2 ใบถือขึ้นเครื่องเอา เฮียตงนี่ช่างสมเป็นไกด์มีหนึ่งของโลกจริงๆ trick เยอะมากช่วยย่นเวลาในการเข้าคิวออกตั๋วไปได้มากโข เทียบกับพวกไกด์อ่อนๆนี่ห่างกันหลายขุม ทุกคนที่เมืองจีนจะรู้จักเฮียเค้าในชื่อ 'หลินต้าเกอ' หรือว่า 'ต้าเกอ' ก็น่าจะแปลว่า 'พี่ใหญ่(แซ่)ลิ้ม' หรือว่า 'พี่ใหญ่' เฉยๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นไกด์ของไทย หรือว่าไกด์ท้องถิ่นรู้จักเฮียแกทุกคน แถมเคารพแกมากซะด้วย นี่ก็เลยเป็นข้อได้เปรียบของพวกเราทั้ง 3 คนในการเดินทางทริปนี้ อ้อ! เกือบลืม วันนี้น้องสาว (มายด์) ไปส่งด้วยเหะๆ แต่จริงๆป่าวหรอกพอดีมายด์ต้องไปรับแม่ที่สนามบินเลยได้เจอกัน   
       
คราวนี้อาศัยเครื่องของ China Airlines ครับ CA400 (ก็เครื่องไทยมันแพงอะ) จ่ายค่าตั๋ว 2 คนไปเป็นเงิน 29,000 บาท อ้อ! ต้องบอกก่อนนะครับว่าคราวนี้ไม่ได้ไปแบบกรุ๊ปทัวร์ แต่ไปแบบว่าไปกันเองหนะ มีค่าตั๋วเครื่องบิน (14,500 บาท) ค่าโรงแรม (220 หยวนต่อคืน x3) ค่ารถตู้ (2,000 หยวน ก็คนละ 1,300 หยวน) ค่าอาหารกับค่าบัตรผ่านประตู (คนละประมาณ 600 หยวน) พวกนี้เฉลี่ยออกเท่าๆกัน คือรวมๆแล้วค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าไปกับกรุ๊ปทัวร์ เพราะอย่างน้อยค่าบัตรผ่านประตูที่ต่างๆก็ต้องจ่ายราคาเต็ม แต่ว่าเรื่องความสะดวกนั้น แบบนี้สะดวกสบาย ปรับเปลี่ยนตารางการเที่ยวได้แล้วแต่ใจปรารถนากันเลยทีเดียว ไม่อยากจะบอกว่าทริปนี้เนี่ยเหมือนกับทริปกินดีอยู่ดียังไงก็ไม่รู้ ไว้แล้วจะค่อยๆเล่าให้ฟัง
 
พอขึ้นเครื่องก็ได้นั่งที่นั่งที่แสนจะดีคือ 3E แถว Exit Row นั่นเอง (พี่สันต์บอกว่าเรียกว่า Long Leg ก็ได้) ได้นั่งตรงกลางซะด้วย (คราวนี้ Immigration ไทยไม่งี่เง่าเหมือนคราวก่อน  คงเพราะนังตาโปนไม่อยู่มั้ง) แอนนั่ง Window seat ส่วนที่นั่ง Aisle seat มีหนังสือพิมพ์วางอยู่เต็มก็คิดว่าไม่มีคนนั่ง แต่ว่าก่อนเครื่องจะออกก็มี air crew ผู้ชายมานั่ง ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร steward ก็ไม่ใช่ (ปองบอกว่าเป็น Airline Staff มีหน้าที่คอยช่วยพวกแอร์ถ้ามีเหตุฉุกเฉิน) มาถึงมันก็สั่นขายิกๆอ่านหนังสือ พอบินไปได้ซักพักมันก็หลับ เอาละแมร่งเสือกกรน ใส่ ipod แล้วเสียงกรนก็ยังอุตส่าห์แทรกผ่านมาได้อีก ไอ้เราก็รำคาญทำฟอร์มเป็นขยับตัวเพื่อให้มันตื่นจะได้เลิกกรน แมร่งก็เสือกไม่ตื่น คราวนี้เลยเอาตีนเตะที่รองเท้ามันแรงๆมันก็หยุดกรนไปแป๊ปนึง เอาอีกละ เลยเอาศอกกระแทกแขนมันที่มาวางตรงที่วางแขน มันก็หยุดแป๊ปนึงก็กรนต่อ แต่คราวนี้เนื่องจากนอนมาได้ซักพัก นอกจากเสียงแล้วยังมีกลิ่นมาอีกด้วย (ปากเหม็นฉิบหาย Bad Breath)
 
วันที่ 28 ธันวาคม ....
 
เฮ้อ...ถึงซะที ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครับ อากาศที่เฉินตูเนี่ยหนาวใช้ได้เลย วันที่มาก็อยู่ที่ประมาณ 3-4 องศา พูดทีควันออกปากเลย ไม่นึกว่าจะหนาวขนาดนี้เลยใส่เสื้อแค่สองชั้น สั่นเลยครับ พอขึ้นรถตู้แล้วค่อยยังชั่ว พอออกจากสนามบินก็ตรงไปหาอะไรกินกันก่อนเพราะเพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า มื้อแรกของทริปนี้คือติ่มซำครับ บริการที่นี่จะเป็นแบบ self-service คืออยากได้อะไรก็เดินไปหยิบเอา เค้ามีนึ่งไว้เรียบร้อย กินกันประมาณสิบเข่งได้ครับ ราคานั้นไม่ได้จดไว้แต่ไม่น่าจะแพง กินไปซักพักก็มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยประมาณ 20 กว่าคนตามมา คือว่าเฮียตงเนี่ยจะพยายามจัดเวลาให้หนีพวกกรุ๊ปทัวร์เพราะว่าคนจะเยอะน่ารำคาญ แล้วพวกผมบางทีก็จะมาก่อนพวกนี้ หรือไม่ก็รอให้พวกนี้ไปก่อน จะได้ไม่ต้องเจอกัน ซึ่งโดยรวมแล้วเยี่ยมมากครับ
 

P1030650   P1030551   P1030554

                                                       ใส่อยู่ 4 ชั้นยังหนาว                                     ติ่มซำครับ                              จะกินอะไรหยิบได้เลย                             
 
หลังจากกินอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อย ก็ตรงดิ่งไปดูหมีแพนด้ากัน เย้วๆจะได้เห็นหมีแพนด้าแบบใกล้ๆแล้วก็เยอะๆซะที เพราะที่เชียงใหม่เนี่ยเหมือนเอาหุ่นมาตั้งเลย หลับตลอด...นั่งรถไปประมาณครึ่งชั่วโมงจากที่กินข้าวก็ถึงครับ ซื้อบัตรเรียบร้อยก็เข้าไปต่อรถกอล์ฟ เพราะว่าถ้าเดินไปรับรองขาลากแถมแข็งตายอีก ไปถึงก็ไม่ผิดหวังครับหมีแพนด้าเพียบเลยประมาณ 6-7 ตัว กำลังเดินไปเดินมา กินไผ่มั่ง หลับบนต้นไม้มั่ง เล่นกันมั่ง น่ารักมากกกกกกกกกกก ถ่ายรูปกันแบบไม่ต้องกลัวเปลือง แต่ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมชอบใช้เลนส์ซูม 78-300 ครับ เนื่องจากอากาศหนาวมากมือไม้เย็นไปหมด สั่นดิ๊กๆ ภาพซูมใกล้ๆส่วนมากเลยเบลอครับ (เซ็ง) หลังจากดูตัวใหญ่แล้วก็เดินไปดูเจ้าตัวเล็กกัน พวกนี้จะถูกเลี้ยงในห้องเลี้ยงครับ ห้ามถ่ายรูป น่ารักกว่าตัวใหญ่อีก ตัวป้อมๆขนฟูๆ ตาบ้องแบ๊วมาก เห็นแล้วมีความสุข ที่นี่เค้ามีบริการให้ถ่ายรูปกับหมีแพนด้าด้วยครับ แต่ต้องบริจาค 1,000 หยวน (ราวๆ 5 พันบาท) เลยไม่เอาดีกว่าเที่ยวนี้พกเงินสดไปน้อย ต่อด้วยหมีแพนด้าแดง เจ้าตัวนี้กวนประสาทมาก เดินไปเดินมาพอ focus ได้กำลังจะกดชัตเตอร์ เหมือนมันจะรู้เลยรีบเดินหันหลังให้กล้อง ถ่ายตูดหมีมาซะหลายรูปเลยคราวนี้
 

IMG_2241  IMG_2256  IMG_2282

IMG_2314   IMG_2317

IMG_2399   IMG_2400

 
 
ดูหมีแพนด้าเสร็จก็เข้าโรงแรมไปเก็บของครับก่อนที่จะมากินอาหารกลางวันกัน ร้าน hiso มาก จานชามช้อนตะเกียบหรูซะ (ดูรูปเอานะ) เฮียตงสั่งอาหารมาประมาณ 5 อย่าง อร่อยดี นึกว่าจะแพงแต่แค่ 400 กว่าหยวนเอง หลังจากกินข้าวก็ไปที่เมืองโบราณ (Ancient Town) ที่นี่พวกทัวร์ไม่ค่อยมากันครับ ข้างในก็เป็นเมืองเก่าถ่ายรูปออกมาสวยดีครับ...เนื่องจากนอนน้อย (เพราะไอ้บ้าข้างๆมันกรนตลอดทาง) พอขึ้นรถก็หลับทันที แต่ก่อนหลับยังเป็นห่วงกล้องเพราะว่ามันเย็นมากเลยเอาไปซุกไว้ในเสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ก่อนหลับ......
 
 
ภัตราคาร Tanfu Cuisine
 

IMG_2437  IMG_2452  IMG_2449

IMG_2454   IMG_2453

IMG_2456   IMG_2455

IMG_2477

 

 

                                                                                      เมืองโบราณ (Huanglongxi Ancient Town)

IMG_2532   IMG_2589   P1030681

IMG_2631   IMG_2609   IMG_2707